วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เชื้อก่อโรคในน้ำพริกกะปิ

เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมาศูนย์วิจัยและประเมิลความเสี่ยงด้านอาหารปลอดภัยสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบสุ่มหาสารคลอสตริเดียม เปอร์ฟริงเจนส์ เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ มักพบปนเปื้อนในอาหารที่จัดเตรียมเป็นจำนวนมากๆ หรือต้องจัดเตรียมอาหารขึ้นล่วงหน้าเป็นเวลานานๆ ก่อนนำไปรับประทาน หรือในระหว่างการปรุงและการเก็บรักษามีการปฏิบัติที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือไม่สะอาด จะทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อชนิดนี้ได้ซึ่งกว่าจะนำอาหารไปรับประทาน เชื้อชนิดนี้อาจเพิ่มจำนวนในอาหารมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเราทานอาหารเข้าไปจะทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องเสีย มีก๊าซ คลื่นไส้ อาเจียนวิธีป้องกันง่ายๆ คือ เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หรือไม่เก็บไว้นานเกินควรก่อนนำมารับประทาน หรือทำให้สุกอีกครั้งก่อนรับประทานทุกครั้งวันนี้จึงอยู่ที่คนเลือก ว่าจะรับประทานอย่างไรให้ปลอดภัยและไม่เกิดโรค.

น้ำพริกกะปิ” เป็นเครื่องจิ้มที่รับประทานคู่กับผักต่างๆ ทั้งผักสด ผักลวก หรือผักชุบไข่ทอด น้ำพริกกะปิ รสชาติจะอร่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับกะปิ ซึ่งต้องเป็นกะปิคุณภาพดี นั่นคือ มีเนื้อเนียนละเอียด แห้ง มีกลิ่นหอม ผสมกับพริกขี้หนูสวนเม็ดเล็กที่มีรสชาติเผ็ดจัดจ้าน เพิ่มความเปรี้ยวด้วยมะนาวตัดด้วยน้ำตาลเพื่อความลงตัวของน้ำพริกกะปิถ้วยโปรด น้ำพริกกะปิ เป็นเมนูที่มีเครื่องเคียงหลายอย่างเป็นส่วนประกอบ เช่น ปลาทูทอดและผักนานาชนิด ตั้งแต่ผักทอด ผักสด ผักลวกหรือผักต้ม หากพิจารณาในด้านคุณค่าทางโภชนาการแล้ว หนึ่งครั้งที่เรารับประทานน้ำพริกกะปิ จะได้สารอาหารครบถ้วนทั้งโปรตีนจากปลา วิตามิน แร่ธาตุและเบต้าแคโรทีนจากผักแทบทุกชนิด เห็นอย่างนี้แล้วอย่าเพิ่งดีใจก่อนที่จะอ่านจนจบ เพราะสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงที่อ้างอิงจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น เนื่องจากผลการวิเคราะห์น้ำพริกกะปิ จำนวน 5 ตัวอย่าง จากห้องปฏิบัติการของสถาบันอาหาร พบการปนเปื้อนของเชื้อคลอสตริเดียม เปอร์ฟริงเจนส์ ถึง 3 ตัวอย่าง และมีอยู่ 1 ตัวอย่างที่พบในปริมาณมากคือ พบในปริมาณ 260 ซีเอฟยู/กรัม ผลตามตารางด้านบน
ที่มา:ไทยรัฐออนไลน์